กรมชลประทาน Royal Irrigation Department

ค้นหายอดนิยม

การแบ่งงานและการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของสำนักสำรวจด้านวิศวกรมและธรณีวิทยา
(แนบท้ายคำสั่งกรมชลประทาน ที่ 157 /2558 ลงวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2558)
สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิยา แบ่งงานออกเป็น 8 ส่วน คือ
1. ส่วนบริหารทั่วไป

ส่วนบริหารทั่วไป แบ่งออกเป็น 4 ฝ่าย ดังนี้

1.1 ฝ่ายธุรการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนา การบริหารจักการภายในสำนักงาน เพื่อให้การบริหารมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน

2) ดำเนินงานด้านสารบรรณ การรับ-ส่ง ร่างโต้-ตอบ พิมพ์หนังสือ และเอกสารทางราชการ บริการค้นหา จัดเก็บ รวบรวมข้อมูล เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามระเบียบวิธีปฏิบัติและมาตรฐานที่กำหนด สะดวกต่อการค้นหา และเป็นหลักฐานข้อมูลที่ตรวจสอบได้

3) ควบคุม ดูแล การจัดเตรียมเอกสารการประชุม โดยมีการเตรียมเอกสารในการนำเสนอเรียบเรียงรายงานต่าง ๆ และติดตามผลการปฏิบัติงานตามมติที่ประชุม เพื่อให้การจัดประชุม เป็นไปด้วยความสะดวก เรียบร้อย บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด

4) ศึกษา พัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพงานด้านธุรการ

5) ให้คำปรึกษา และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงาน ถ่ายทอดความรู้งานด้านการบริการทั่วไป แก่บุคลากรในสำนักหรือหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

6) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

1.2 ฝ่ายบริหารบุคคลและสวัสดิการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและอัตรากำลังของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราม เพื่อให้มีอัตรากำลังที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจของสำนัก

2) ดำเนินการตรวจสอบ กลั่นกรองเบื้องต้นในการขอแต่งตั้ง ย้าย โอน ลาออกบำเหน็จ บำนาญของบุคลากร เพื่อให้การบริหารทัพยากรบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

3) ตรวจสอบลำเนินการ สอบคัดเลือก/คัดเลือก เพื่อปรับระดับชั้นงาน ของลูกจ้างประจำ เพื่อให้การบริหารงานลูกจ้างประจำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

4) ดำเนินการเลือกสรรพนักงานราชการ การจัดทำสัญญาจ้าง คำสั่งจ้าง การเลิกจ้างและการลาออก เพื่อให้การบริหารหนักงานราชการมีประสิทธิภาพ

5) ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงาน การพิจารณาความดีความชอบในการเลื่อนเงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และเลื่อนค่าตอบแทนของพนักงานราชการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

6) ดำเนินการพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มทักษะและสมรรถนะของบุคลากร ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7) ดำเนินการทางวินัยของลูกจ้างประจำและพนักงานราชการ เพื่อให้การบริหารทัพยากรบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

8) ศึกษา วางแผน กำกับ ดูแล การจัดสวัสดิการและการเสริมสร้างความผาสุก เพื่อให้บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี

9) สนับสนุนการดำเนินการจัดการความรู้ของทีมงาน การจัดการความรู้ของสำนักเพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

10) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายถอดความรู้ งานด้านการบริหารทั่วไป แก่บุคลากรในสำนักเพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

11) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

1.3 ฝ่ายการเงินและบัญชี มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา วิเคราะห์ รวบรวม ควบคุม ตรวจสอบ แผนงบประมาณทุกประเภทรายจ่ายประจำปี เพื่อให้จัดสรรงบประมาณตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

2) กำกับ ดูแล ติดตาม รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณทุกประเภทรายจ่าย เพื่อให้ผลการเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

3) ควบคุม ตรวจสอบใบสำคัญที่เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณทุกประเภทรายจ่ายพร้อมลงทะเบียนเพื่อให้ถูกต้องตามมกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งกรมชลประทาน ข้อกำหนดต่าง ๆ ป้องกันการเบิกซ้ำซ้อน และสูญหาย

4) จัดทำต้นทุนผลผลิต เพื่อให้ได้ข้อมูลต้นทุนที่มีความถูกต้อง รบถ้วน สามารถใช้เป็นเครื่องมือทางด้านการเงิน สำหรับผู้บริหารในการตัดสินใจบริหารการดำเนินงานของหน่วยงานและนำไปสู่ประสิทธิภาพในการทำงาน

5) รวบรวม ตรวจสอบ ดำเนินการจัดทำรายงานการเงินงบประมาณการขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี และขอขยายเวลาเบิกจ่ายเงินในระบบ GFMIS รวมทั้งขอเปลี่ยนแปลงรายการเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีและขยายเวลาเบิกจ่าย เพื่อให้หน่วยงาน (เจ้าของงาน/งบประมาณ) มีเงินสำรองไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปี และขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณได้ครบถ้วน ถูกต้อง ตามระยะเวลาที่กำหนด

6) ศึกษา วิเคราะห์ ความเสี่ยงในการบริหารงานและวางแผนควบคุมความเสี่ยงโดยการจัดทำแผนควบคุมภายใน และจัดรายงานผลการดำเนินการตามแผนด้านการบริหารงานรวมทั้งรวบรวมผลการวิเคราะห์ความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนการควบคุมภายในภารกิจอื่น ๆ ภายในหน่วยงานในภาพรวม เพื่อจัดทำรายงานผลการดำเนินการควบคุมภายในของสำนักให้มีการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

7) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้ งานด้านการเงิน แก่บุคลากรในสำนัก เพื่อให้มีความเข้าใจแบะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

8) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

1.4 งานพัสดุ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา วิเคราะห์ ระบบบริหารงานพัสดุ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

2) วางแผน ดำเนินการ จัดหาพัสดุโดยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ได้พัสดุเป็นไปตามแผนการจัดซื้อ จัดจ้าง และถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

3) ควบคุม ตรวจสอบ ติดตาม การบริหารสัญญา เพื่อให้การบริหารสัญญาถูกต้อง ครบถ้วน เป็นไปตามข้อกำหนด และเงื่อนไขของสัญญา

4) จัดทำบัญชีพัสดุ ทะเบียนการเบิกจ่าย ควบคุมพัสดุ รายงานประจำปี และตรวจสอบรายงานประจำปี เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการบริการงานพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ

5) ดำเนินการจัดการด้านคลังพัสดุ เช่น การลงทะเบียน การรับ - จ่าย การเก็บรักษาเพื่อให้การบริการงานพัสดุมีประสิทธิภาพ

6) ดำเนินการจำหน่ายทรัพย์สินทุกประเภท ที่หมดความจำเป็นในการใช้งาน หมดอายุการใช้งาน เสื่อมสภาพ เพื่อเป็นไปตามระเบียบ ลดภระค่าใช้จ่ายการเก็บรักษา และสามารถวางแผนจัดหาพัสดุทดแทนได้

7) ศึกษา วิเคราะห์ กระบวนการบริหารสินทรัพย์ ตั้งแต่การวางแผน การจัดหาการใช้งาน การดแลรักษา การจำหน่าย และการหาทดแทน เพื่อให้ทราบสถานภาพสินทรัพย์ที่มีอยู่จริง ตรงตามหลักฐานทะเบียนคุม และมูลค่าทางบัญชีถูกต้องตามระบบบัญชีเกณฑ์เงินสด

8) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้ งานด้านพัสดุ แก่บุคลากรในสำนัก เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง แบะมีประสิทธิภาพ

9) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

2. ส่วนวิศวกรรม

ส่วนวิศวกรรม แบ่งออกเป็น 4 ฝ่าย ดังนี้

2.1 ฝ่ายวิศวกรรม มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ ตรวจสอบ แผนงานและงบประมาณด้านการสำรวจในภาพรวมของสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา เพื่อให้สอดคล้องกับแผน MTEF บูรณาการกับแผนงานอื่น ๆ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งาน

2) รวบรวม วิเคราะห์ ตรวจสอบแผนการใช้จ่ายงบประมาณ (Cash Flow) ในภาพรวมของสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยาทุกประเภทรายจ่าย พร้อมทั้งติดตามผลการเบิกจ่ายโดยจัดทำสรุปรายงานผลการปฏิบัติการ เพื่อให้การปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงประมาณเป็นไปตามแผนงานแบะเป้าหมาย

3) ให้คำแนะนำ ถ่ายทอดความรู้ด้านแผนงานและงบประมาณแก่หน่วยงานภายในเพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานและรายงานข้อมูลด้านแผนงานได้อย่างถูกต้อง

4) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหายที่กำหนด

2.2 ฝ่ายวิชาการและตรวจสอบด้านศวกรรม มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา วิเคราะห์รายละเอียดความต้องการในการใช้งาน ประสิทธิภาพของเครื่องมือสำรวจประเภทต่าง ๆ และพิจารณากำหนดประเภทเครื่องมือ เพื่อจัดทำรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องมือสำรวจให้มีคุณลักษณะเฉพาะเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน มีคุณภาพและประสิทธิภาพคุ้มค่าและทันสมัย

2) ศึกษา พิจารณา รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องมืองานสำรวจ เพื่อจัดทำขอบเขตงานจัดซื้อครุภัณฑ์ (TOR) ให้มีรายละเอียดครบถ้วน ตรงตามวัตถุประสงค์การจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องตามระเบียบราชการ แบะราคาเหมาะสม ประหยัด คุ้มค่า และได้เครื่องมือที่ทันสมัย

3) ศึกษา มาตรฐานงานสำรวจยีออเดซี่ของประเทศไทย และสากล เพื่อประยุกต์งานการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านการสำรวจของกรม ให้มีความถูกต้องสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงไว้ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานของบุคคลากรด้านสำรวจ

4) วิเคราะห์ ตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องของกาทำแผนที่ รวมทั้งรายการคำนวณต่าง ๆ ตามมาตรฐานที่กรมกำหนด เพื่อรายงานผลการตรวจสอบความถูกต้องของแผนที่ต่าง ๆ ไว้ใช้ประกอบพิจารณาอนุมัติของผู้บริหาร

5) ให้คำแนะนำ ปรึกษา ตรวจสอบ ด้านการสำรวจทำแผนที่ชนิดต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งาน และให้บริการข้อมูลแผนที่

6) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

2.3 ฝ่ายสำรวจวางหมุดหลักฐานที่ 1

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 1-8 มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) สำรวจ รังวัด และคำนวณค่าพิกัดและค่าระดับของโครงข่ายหมุดหลักฐาน ไว้ใช้เป็นหมุดอ้างอิงในการจัดทำแผนที่สำรวจ ทำแผนที่ต่าง ๆ ของกรมชลประทาน ให้มีค่าพิกัด ค่าระดับถูกต้อง มีจำนวนหมุดหนาแน่นเพียงพอต่อการใช้งาน และระบุรายละเอียดหมายพยานครบถ้วน

2) วิเคราะห์ คำนวณปริมาณงาน และอัตราราคางานของสำนักงบประมาณ ประหยัด คุ้มค่า เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์

3) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

2.4 ฝ่ายสำรวจวางหมุดหลักฐานที่ 2

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 9 - 17 มีหน้าที่ความรับผิดชอบ เช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจวางหมุดหลักฐานที่ 1

3. ส่วนสำรวจทำแผนที่ภาคพื้นดิน

ส่วนสำรวจทำแผนที่ภาคพื้นดิน แบ่งออกเป็น 18 ฝ่าย ดังนี้

3.1 ฝ่ายวิศวกรรม มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

1) ประสานงาน รวบรวมความต้องการ การจัดทำแผนที่ภาคพื้นดิน จากข้อมูลผลการพิจารณาโครงการเบื้องต้นของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อวางแผนการจัดทำแผนงานและประมาณการค่าสำรวจทำแผนที่ภาคพื้นดินให้สอดคล้องกับแผนงานและงบประมาณในการเตรียมความพร้อมโครงการของกรมชลประทาน ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา ตลอดจนบริหารจัดการภายในสำนักงาน

2) ติดตาม ตรวจสอบแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมทั้งติดตามผลการเบิกจ่าย โดยจัดทำสรุปรายงานผลการปฏิบัติการ พร้อมทั้งเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อให้การปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามแผนงานและเป้าหมาย

3) ติดตาม กำกับ ดูแล ตรวจสอบ และประเมินผลการสำรวจภาคพื้นดินประเภทต่าง ๆ ของฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดิน 1 – 17 ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตามมาตรฐานการสำรวจของกรมชลประทาน เพื่อใช้ในการศึกษาความเหมาสมโครงการ และการออกแบบรายละเอียดโครงการ

4) ศึกษา วิเคราะห์ รวบรวมข้อมูลแผนที่ภูมิประเทศภาคพื้นดิน (ทั้งแบบกระดาษไขและแบบเชิงเลข (ดิจิตอล)) เพื่อพัฒนาการออกแบบระบบฐานข้อมูลด้านการสำรวจภาคพื้นดินเพื่อให้ได้ฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ สำหรับใช้การประกอบการตัดสินใจ การจัดทำรายงาน เป็นแหล่งสืบค้นและให้บริการข้อมูลแผนที่กับหน่วยงานภายในและภายนอกกรมชลประทาน

5) จัดหา ตรวจสอบ สอบเทียบ กำหนดมาตรฐานจำนวนครุภัณฑ์การใช้งานของเครื่องมือสำรวจภาคพื้นดิน กับมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้เครื่องมือมีความพร้อมใช้งาน มีจำนวนเพียงพอ และมีการนำเครื่องมือที่เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

6) ศึกษา รวบรวมข้อมูลมาตรฐานการปฏิบัติงานในการจัดทำแผนที่ภาคพื้นดินจากแหล่งต่าง ๆ วิเคราะห์ปัญหาการดำเนินการที่ผ่านมา เพื่อจัดทำมาตรฐานการสำรวจทำแผนที่ภาคพื้นดินของกรมชลประทาน ให้มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน มีรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติที่ครบถ้วน ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างทั่วถึง

7) ศึกษา พัฒนา ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์และการนำเทคโนโลยีโปรแกรมและเครื่องมือสมัยใหม่มาใช้กับงานสำรวจ เพื่อให้โปรแกรมในการสำรวจ และการผลิตแผนที่สำรวจภูมิประเทศมีความถูกต้อง มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว

8) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้ด้านสำรวจภาคพื้นดิน แก่หน่วยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

9) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

3.2 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 1 มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) วางแผน ดำเนินการ ประสารงาน เตรียมความพร้อม จัดทำแผนการดำเนินการสำรวจทำแผนที่ภูมิประเทศ เพื่อกำหนดแผนการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ตลอดจนบริหารจัดการภายในสำนักงาน

2) ดำเนินการ ควบคุม ดูแล การดำเนินการสำรวจแผนที่ภูมิประเทศ ตามแผนที่วางไว้เพื่อให้ได้ผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณ ทันตามระยะเวลาที่กำหนด

3) ดำเนินการสำรวจภาคพื้นดิน รวบรวมข้อมูล คำนวณ ประมวลผล และตรวจสอบค่าพิกัดและค่าระดับ เพื่อผลผลิตแผนที่ภูมิประเทศเชิงเลข (ดิจิตอล) ในเขตการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมหรือเขตโครงการจัดรูปที่ดิน มาตราส่วน 1 : 4,000 หรือ 1 : 10,000 ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานการสำรวจของกรมชลประทาน แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา ไว้ใช้ในการศึกษาความเหมาะสมโครงการ และการออกแบบรายละเอียดโครงการ

4) ดำเนินการสำรวจภาคพื้นดิน คำนวฯค่าพิกัดและค่าระดับวางแนวคลอง ให้เป็นไปตามแบบร่างที่กำหนด เพื่อจัดทำแผนที่รูปตัดแนวคลองส่งน้ำ และคลองระบายน้ำเชิงเลข (ดิจิตอล) ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตามมาตรฐานการสำรวจของกรมชลประทาน แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด ไว้ใช้ในการออกแบบระบบชลประทาน

5) ดำเนินการสำรวจภาคพื้นดิน คำนวณค่าพิกัดและค่าระดับวางแนวถนนหรือคันกั้นน้ำให้เป็นไปตามแบบร่างที่กำหนด เพื่อจัดทำแผนที่รูปตัดแนวถนน หรือคันกั้นน้ำเชิงเลข (ดิจิตอล) ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตามมาตรฐานการสำรวจของกรมชลประทาน แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดให้ใช้ในการออกแบบถนนหรือคันกั้นน้ำในระบบชลประทาน

6) ดำเนินการสำรวจภาคพื้นดิน รวบรวมข้อมูลคำนวณ ประมวลผลและตรวจสอบค่าพิกัดและค่าระดับ เพื่อผลิตแผนที่ภูมิประเทศบริเวณหัวงานอาคารชลประทานเชิงเลข (ดิจิตอล) มาตราส่วน 1:500 , 1:1,000 , 1:2,000 ให้มีความถูกต้องครบถ้วน ตามมาตรฐานการสำรวจของกรมชลประททานแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา ไว้ใช้ในการออกแบบหัวงานอาคารชลประทาน

7) ดำเนินการสำรวจภาคพื้นดิน รวบรวมข้อมูลคำนวณ ประมวลผล และตรวจสอบค่าพิกัดและค่าระดับ เพื่อผลิตแผนที่แปลงกรรมสิทธิ์ที่ดินเชิงเลข (ดิจิตอล) มาตรส่วน 1 : 4,000 ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตามมาตรฐานการสำรวจของกรมชลประทาน แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาไว้ใช้ในการออกแบบระบบชลประทาน สำหรับการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมและโครงการจัดรูปที่ดินละใช้ประกอบการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่โครงการ

8) ให้คำปรึกษา แนะนำถ่ายทอดความรู้ด้านสำรวจภาคพื้นดิน แก่หน่วยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

9) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

3.3 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 2

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 2 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.4 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 3

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 3 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.5 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 4

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 4 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.6 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 5

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 5 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.7 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 6

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 6 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.8 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 7

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 7 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.9 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 8

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 8 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.10 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 9

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 9 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.11 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 10

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 10 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.12 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 11

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 11มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1ฃ

3.13 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 12

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 12 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.14 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 13

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 13 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.15 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 14

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 14 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.16 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 15

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 15 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

3.17 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 16

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 16 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1ฃ

3.18 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 17

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 17 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่ทางพื้นดินที่ 1

4. ส่วนเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ

ส่วนเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ แบ่งออกเป็น 5 ฝ่าย ดังนี้

4.1 ฝ่ายวิศวกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ

รับผิดขอบในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 1 – 17 มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ดำเนินงานจัดทำรายละเอียดประมาณการค่าสำรวจทำแผนที่จากภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายจากดาวเทียม เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามแผนที่กำหนด

2) ศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ ตรวจสอบแผนงานและจัดทำงบประมาณด้านสำรวจเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อให้ได้แผนงานและงบประมาณด้านสำรวจเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ให้สอบคล้องกับแผน MTEF บูรณาการกับแผนงานอื่น ๆ ให้มีความถูกต้องครบถ้วนแล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งาน

3) จัดหาข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ นำมาศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ควบคุม ดำเนินการสำรวจ และจัดทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศออร์โธให้ครบถ้วน ถูกต้อ ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานแผนที่ของสำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา และทันเวลาตามแผนดำเนินงานที่กำหนดไว้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือประกอบในการพิจารณาโครงการ ออกแบบ ก่อสร้าง การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาจากภัยอันเกิดจากน้ำ

4) รวบรวมข้อมูลแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศออร์โธ แผนที่ภาพถ่ายจากดาวเทียมออร์โธ แผนที่ภูมิประเทศ แผนที่แบบผสม แผนที่เฉพาะกิจ และแผนที่จากแหล่งอื่น ๆ เพื่อนำมาจัดทำฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการชลประทาน ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ตามเกณฑ์มาตรฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศแห่งประเทศไทยไว้ใช้ในการจัดเก็บ สืบค้น แลกเปลี่ยน บริการข้อมูล ให้กับหน่วยงานภายในและภายนอกกรมชลประทาน

5) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนา หรือประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาปรับปรุงงาน ด้านจัดทำระบบฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศจากภาพถ่ายทางอากาศและดาวเทียม ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความคุ้มค่าสูงสุด

6) จัดทำคู่มือปฏิบัติงานและการบำรุงรักษาเครื่องมือเฉพาะด้านงานสำรวจทำแผนที่จากภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายจากดาวเทียม งานพัฒนาเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการปฏิบัติงาน

7) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้ด้านการสำรวจจากภาพถ่ายทางอากาศ จากดาวเทียม ฯลฯ แก่หน่วยงานภาพในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพทื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

8) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

4.2 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่จากภาพถ่ายที่ 1

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 1 – 4 มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ดำเนินงานสำรวจทำแผนที่ภูมิประเทศแบบเชิงเลขจากภาพถ่ายทางอากาศเพื่อใช้ในการพิจารณาวางโครงการเบื้องต้นหรือประกอบงานออกแบบ งานก่อสร้าง

2) ดำเนินงานสำรวจทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายจากดาวเทียม เพื่อใช้ในภารกิจของโครงการชลประทาน งานตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดิน งานตอบข้อร้องเรียนของประชาชล การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยอันเกิดจากน้ำประกอบในการพิจาราณาโครงการออกแบบ ก่อสร้าง

3) ดำเนินงานสำรวจทำแผนที่แบบผสม แผนที่เฉพาะกิจ เพื่อประกอบในการพิจารณาโครงการ การวางแผนป้องกันแก้ไขปัญหาภัยอันเกิดจากน้ำ การตอบข้อชี้แจงร้องเรียนของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับงานชลประทาน และใช้สำหรับเป็นข้อมูลประกอบพิจารณาของผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4) ศึกษา สิเคราะห์ พัฒนา หรือประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาปรับปรุงงานด้านการสำรวจทำแผนที่จากภาพถ่ายและดาวเทียม ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความคุ้มค่าสูงสุด

5) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนา หรือประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาปรับปรุงงานด้านสำรวจทำแผนที่เชิงเลข ให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทผล ความคุ้มค่าสูงสุด

6) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้ด้านการสำรวจจากภาพถ่ายทางอากาศ จากดาวเทียม ฯลฯ แก่หน่วยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

7) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

4.3 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่จากภาพถ่ายที่ 2

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 5 – 8 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่จากภาพถ่ายที่ 1

4.4 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่จากภาพถ่ายที่ 3

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 9 – 12 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่จากภาพถ่ายที่ 1

4.5 ฝ่ายสำรวจทำแผนที่จากภาพถ่ายที่ 4

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 13 – 17 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจทำแผนที่จากภาพถ่ายที่ 1

5. ส่วนสำรวจกันเขตและประสานงานรังวัด

ส่วนสำรวจกันเขตและประสานงานรังวัด แบ่งออกเป็น 6 ฝ่าย ดังนี้

5.1 ฝ่ายวิศวกรรม มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) รวบรวม ตรวจสอบความต้องการในการขอสำรวจกันเขตชลประทานและการรังวัดที่ดินเพื่อการลประทานและออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เพื่อจัดทำแผนงานและงบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ให้มีความถูกต้องตามมาตรฐานของกรมชลประทานแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา

2) รวบรวม จัดเก็บข้อมูลแผนที่สำรวจกันเกตชลประทาน เพื่อนำมาจัดทำระบบฐานข้อมูลแผนที่สำรวจกันเขตชลประทาน ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ไว้ใช้ในการจัดเก็บ สืบค้น ให้บริการข้อมูลกับหน่วยงานภายในและภายนอกกรมชลประทาน

3) รวบรวม ตรวจสอบเครื่องมือสำรวจกันเขตชลประทานกับมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้เครื่องมือมีความพร้อมใช้งาน มีนำนวนเพียงพอ และมีการนำเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

4) รวบรวมข้อมูล ขั้นตอนการปฏิบัติงาน วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคในการจัดทำแผนที่สำรวจกันเขตชลประทาน เพื่อจัดทำมาตรฐานการสำรวจกันเขตชลประทาน ไว้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน มีรายละเอียด วิธีปฏิบัติครบถ้วน ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเจน

5) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้ด้านการสำรวจกันเขตชลประทานและประสานงานรังวัดที่ดินแก่หน่วยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีควมาเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

6) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

5.2 ฝ่ายประสานงานรังวัดที่ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ตรวจสอบข้อมูลแผนที่สำรวจปักหลักเขตชลประทาน และ/หรือแผนที่ซ่อมแซมเขตชลประทาน ตรวจสอบระวางที่ดิน รังวัดที่ดิน เพื่อจัดทำแผนที่สำรวจข้อเท็จจริงในอสังหาริมทรัพย์ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ที่จะเวนคืนโครงการชลประทานต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด (ผู้ดำเนินการต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ฯ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ที่จะเวนคืน) ไว้ใช้ในการจ่ายค่าทดแทนที่ดิน

2) ตรวจสอบระวางที่ดิน รังวัดที่ดิน เพื่อการจัดทำแผนที่สำรวจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ที่จะเวนคืนโครงการชลประทานต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด (ผู้ดำเนินการต้องเป็นผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ ฯ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ที่จะเวนคืน) ไว้ใช้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในอสังหาริมทรัพย์

3) ประสานงานรังวัดกับกรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม เร่งรัด จัดเก็บแผนที่และบัญชีรายชื่อเจ้าของที่ดินที่ถูกเขตชลประทาน (ร.ว. 43 ก.) เพื่อจัดทำแผนที่และบัญชีรายชื่อเจ้าของที่ดินที่ถูกเขตชลประทาน (ร.ว. 43 ก.) และหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงให้ครบถ้วน ถูกต้องตามกฎหมาย บันทึกข้อตกลงและระเบียบที่เกี่ยวข้อง แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด

4) รวบรวม จัดเก็บข้อมูลแผนที่ ร.ว. 43 ก. เพื่อนำมาจัดทำระบบฐานข้อมูลแผนที่สำรวจกันเขตชลประทานและแผนที่ ร.ว. 43 ก. ให้มีความถูกต้องครบถ้วน ไว้ใช้ในการจัดเก็บ สืบค้น ให้บริการข้อมูลกับหน่วยงานภายในและภายนอกกรมชลประทาน

5) ตรวจสอบ สอบเทียบการใช้งานของเครื่องมือสำรวจกันเขตชลประทานกับมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้เครื่องมือมีความพร้อมใช้งาน มีจำนวนเพียงพอ และมีการนำเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

6) รวบรวมข้อมูล ขั้นตอนการปฏิบัติงาน วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคในการจัดทำแผนที่ รว. 43 ก. เพื่อจัดทำมาตรฐานการสำรวจทำแผนที่ รว. 43 ก. ไว้ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนมีรายละเอียด วิธีปฏิบัติที่ครบถ้วน ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างชัดเน

7) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้ด้านการสำรวจกันเขตชลประทานและประสานงานรังวัดที่ดินแก่หน่วยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

8) ปฏิบัติร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

5.3 ฝ่ายสำรวจกันเขตที่ 1

รับผิดชอบในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 1 – 4 มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษาแบบ คำนวณ ประมวลผลค่าพิกัดและค่าระดับ (เฉพาะงานอ่างเก็บน้ำ) สำรวจพื้นที่เพื่อกำหนดตำแหน่งที่จะปักหลักเขตชลประทาน ดำเนินการปักหลักเขตและตรวจสอบความถูกต้องตามแบบเพื่อจัดทำแผนที่สำรวจกันเขตชลประทาน ไว้ใช้ในการเตรียมความพร้อมก่อสร้าง การบำรุงรักษา การรังวัดที่ดินเพื่อการชลประทานและออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงให้ครบถ้วน ถูกต้องตามมาตรฐานการสำรวจของกรมชลประทานแล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด

2) ตรวจสอบค่าพิกัดหลักเขตชลประทานเดิม คำนวณ ประมวลผลค่าพิกัด สำรวจพื้นที่เพื่อกำหนดตำแหน่งที่จะซ่อมแซมเขตงานที่เสียหายและสูญหาย และดำเนินการปักหลักเขตชลประทานใหม่ ตรวจสอบความถูกต้องตามค่าพิกัดเดิม (กรณีไม่มีค่าพิกัดเดิมต้องซ่อมเขงานตามโครงการนำชี้) เพื่อจัดทำแผนที่สำรวจซ่อมเขตชลประทานทดแทนหลักเขตชลประทานเดิมให้ครบถ้วนสมบูรณ์

3) ตรวจสอบ สอบเทียบการใช้งานของเครื่องมือสำรวจกันเขตชลประทานกับมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้เครื่องมือมีความพร้อมใช้งาน มีจำนวนเพียงพอ และมีการนำเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

4) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอด ความรู้ด้านการสำรวจกันเขตชประทานและประสานงานรังวัดที่ดินแก่หน่วยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

5) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

5.4 ฝ่ายสำรวจกันเขตที่ 2

รับผิดชอบในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 5 – 8 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจกันเขตที่ 1

5.5 ฝ่ายสำรวจกันเขตที่ 3

รับผิดชอบในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 9 – 12 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจกันเขตที่ 1

5.6 ฝ่ายสำรวจกันเขตที่ 4

รับผิดชอบในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 13 – 17 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายสำรวจกันเขตที่ 1

6. ส่วนธรณีวิทยา

ส่วนธรณีวิทยา แบ่งออกเป็น 6 ฝ่าย ดังนี้

6.1 ฝ่ายวิศวกรรม มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ ตรวจสอบแผนงานและจัดทำงบประมาณด้านการสำรวจธรณีวิทยา เพื่อวางแผนงานงบประมาณด้านการสำรวจธรณีวิทยาให้สอบคล้องกับแผน MTEF บูรณาการกับแผนงานอื่น ๆ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งาน

2) ศึกษา วิเคราะห์ รวบรวม แผนงาน แงะงบประมาณด้านธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์ และอุทกธรณีวิทยา สำหรับใช้วางแผนงาน และงบประมาณ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

3) ติดตามงานด้านแผนงานและงบประมาณ เร่งรัดให้การดำเนินการสำเร็จตาเป้าหมายเพื่อให้การเบิกจ่ายใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพ

4) วิเคราะห์ กำกับดูแล การจัดทำรายงานวิชาการด้านธรณีวิทยาฐานรากและลาดไหล่เขาด้านธรณีฟิสิกส์ ด้านแหล่งหินธรรมชาติ และด้านอุทกธรณีวิทยา เพื่อให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานการสำรวจทางวิทยาการธรณี เขื่อนกักเก็บน้ำ และอาคารประกอบของกรมชลประทาน แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งาน ไว้ใช้ในการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการ การออกแบบบก่อสร้างและงานเผชิญเหตุธรณีพิบัติภัย

5) ศึกษา วิเคราะห์ ปรับปรุง มาตรฐานการสำรวจทางวิทยาการธรณีเขื่อนกักเก็บน้ำและอาคารประกอบของกรมชลประทาน เพื่อใช้กับกับดูแลมาตรฐานการทำงานด้านธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์และอุทกธรณีวิทยา ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ให้มีความพร้อมของรายงานวิชาการ สำหรับการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก) ภายใต้คณธกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

6) ศึกษา วิเคราะห์ ตรวจสอบ จัดทำและปรับปรุงคุณลักษณะเฉพาะครุภัณฑ์เครื่องมือสำรวจด้านธรณีวิทยา ธรณีฟิสิกส์ และอุทกธรณีวิทยา พร้อมจัดทำร่างเอกสารประกอบจัดหาครุภัณฑ์ให้ถูกต้องแล้วเสร็จทันเวลา เพื่อเตรียมความพร้อมครุภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยและมีประสิทธิภาพสำหรับใช้ปฏิบัติงานสำรวจ สนับสนุนภารกิจด้านการสำรวจ

7) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับงานด้านธรณีวิทยา แก่หน่วยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

8) ปฏิบัติร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

6.2 ฝ่ายธรณีวิทยาที่ 1

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 1 – 4 มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำแผนงานและงบประมาณในการสำรวจธรณีวิทยาฐานรากและลาดไหล่เขา เพื่อให้การดำเนินงานสำรวจด้านธรณีสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด

2) ศึกษา วิเคราะห์ ตรวจสอบด้านธรณีวิทยาฐานราก และลาดไหล่เขา โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อจัดทำรายงานผลสำรวจธรณีวิทยาฐานรากและลาดไหล่เขา โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานการสำรวจทางวิทยาการธรณี เขื่อนกักเก็บน้ำและอาคารประกอบของกรม แล้วเสร็จทันตามความต้องการต้องการใช้งานไว้ใช้ในการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการและการออกแบบก่อสร้าง

3) ศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ ตรวจสอบด้านธรณีวิทยา โครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุกขนาดเพื่อจัดทำรายงานผลสำรวจแหล่งหินธรรมชาติ ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานการสำรวจทางวิทยาการธรณีเขื่อนกักเก็บน้ำและอาคารประกอบของกรม แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งานไว้ใช้เตรียมวัสดุในการก่อสร้าง

4) ศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ ตรวจสอบด้านธรณีวิทยา โครงการชลประทานทุกขนาด เพื่อจัดทำรายงานการตรวจสอบสถาพเขื่อน ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานการสำรวจทางวิทยาการธรณี เขื่อนกักเก็บน้ำและอาคารประกอบของกรม แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งานไว้ใช้งานเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไข และบรรเทาภัยทางน้ำในงานชลประทาน

5) ศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ ตรวจสอบด้านอุทกธรณีวิทยา ในพื้นที่ชลประทาน เพื่อจัดทำรายงานผลการสำรวจอุทกธรณีวิทยา ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานการสำรวจทางด้านน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งาน สำหรับใช้เป็นข้อมูลพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดินร่วมกับน้ำผิวดินเพื่อการชลประทาน ในเขตชลประทาน ในกรณีที่ไม่มีพื้นที่เหมาะสมต่อการก่อสร้างเขื่อน

6) ตรวจสอบ สอบเทียบการใช้งาน ของเครื่องมือด้านธรณีวิทยากับมาตรฐานที่กำหนดเพื่อให้เครื่องมือมีความพร้อมใช้งาน มีจำนวนเพียงพอ และมีการนำเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

7) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ปละประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาระงานด้านสำรวจธรณีวิทยา ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความคุ้มค่า

8) ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการในการแก้ไข้ปัญหา อุปสรรคด้านการสำรวจธรณีวิทยา เพื่อให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะในทางวิชาการ ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาป้องกันและแก้ไขปัญหา และการวางแผนรับมือกับภัยพิบัติที่เกี่ยวกับเขื่อนและอาคารประกอบทางด้านธรณีวิทยา

9) ให้คำปรึกษ แนะนำ ถ่ายทองความรู้เกี่ยวกับงานด้านธรณีวิทยา แก่หน่วยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

10) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

6.3 ฝ่ายธรณีวิทยาที่ 2

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 5 – 8 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายธรณีวิทยาที่ 1

6.3 ฝ่ายธรณีวิทยาที่ 2

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 5 – 8 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายธรณีวิทยาที่ 1

6.4 ฝ่ายธรณีวิทยาที่ 3

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 9 – 13 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายธรณีวิทยาที่ 1

6.5 ฝ่ายธรณีวิทยาที่ 4

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 14 – 17 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายธรณีวิทยาที่ 1

6.6 ฝ่ายธรณีฟิสิกส์

รับผิดชอบในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 1- 17 มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา วิเคราะห์ และคำนวณปริมาณงาน เพื่อจัดทำงบประมาณด้านการสำรวจธรณีฟิสิกส์ เพื่อวางแผนงานและงบประมาณด้านการสำรวจธรณีฟิสิกส์ ให้เหมาะสมกับงานเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรฐานการสำรวจทางวิทยาการธรณี เขื่อนกักเก็บน้ำและอาคารประกอบของกรมชลประทาน สำหรับงานศึกษา สำรวจ เตรียมความพร้อมด้านวิศวกรรม เพื่องานวางโครงการและเพื่องานออกแบบรายละเอียด

2) ศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ ตรวจสอบด้านธรณีฟิสิกส์ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุกขนาดเพื่อจัดทำรายงานผลสำรวจธรณีฟิสิกส์ ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานการสำรวจทางวิทยาการธรณี เขื่อนกักเก็บน้ำและอาคารประกอบของกรม แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งานไว้ใช้ในการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการและการออกแบบก่อสร้าง

3) ศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ ตรวจสอบด้านธรณีฟิสิกส์ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำทุกขนาดเพื่อจัดทำรายงานผลการสำรวจแหล่งหินธรรมชาติ ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานการสำรวจทางวิทยาการธรณี เขื่อนกักเก็บน้ำและอาคารประกอบของกรม แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งานไว้ใช้เตรียมวัสดุในการก่อสร้าง

4) ศึกษา สำรวจ วิเคราะห์ ตรวจสอบด้านธรณีฟิสิกส์ โครงการชลประทานทุกขนาดเพื่อจัดทำรายงานการตรวจสภาพเขื่อน ให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานการสำรวจทางวิทยาการธรณีเขื่อนกักเก็บน้ำและอาคารประกอบของกรม แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งานไว้ใช้งานเฝ้าระวัง ป้องกันแก้ไข และบรรเทาภัยทางน้ำในงานชลประทาน

5) ตรวจสอบ สอบเทียบการใช้งาน ของเครื่องมือด้านธรณีฟิสิกส์กับมาตรฐานที่กำหนดเพื่อให้เครื่องมือมีความพร้อมใช้งาน มีจำนวนเพียงพอ และมีการนำเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

6) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาระบบงานด้านธรณีฟิสิกส์ ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความคุ้มค่า

7) ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการใจการแก้ไขปัญหา อุปสรรคด้านธรณีฟิสิกส์ เพื่อให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะในทางวิชาการ ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาป้องกันและแก้ไขปัญหา และการวางแผนรับมือกับภัยพิบัติที่เกี่ยวกับเขื่อนและอาคารประกอบ

8) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายถอดความมรู้เกี่ยวกับงานด้านธรณีฟิสิกส์ แก่หน่วยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

9) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

7. ส่วนวิศวกรรมธรณี

ส่วนวิศวกรรมธรณี แบ่งออกเป็น ๔ ฝ่าย ดังนี้

7.1 ฝ่ายวิศวกรรมธรณีที่ 1

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 1 - 4 มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ ตรวจสอบแผนงานและจัดทำงบประมาณด้านวิศวกรรมธรณี เพื่อวางแผนงานและงบประมาณด้านวิศวกรรมธรณีให้สอดคล้องกับแผน MTEF บูรณาการกับแผนงานอื่นๆ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งาน

2) ศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลสภาพธรณีวิทยา ฐานรากเขื่อน เพื่อประเมินสภาพ ธรณีวิทยาฐานราก ออกแบบการปรับปรุงฐานรากเขื่อน อาคารชลประทาน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลาง และจัดทำรายงานการประเมินสภาพธรณีวิทยาฐานรากเขื่อน อาคารชลประทาน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง พร้อมแบบการปรับปรุงฐานรากให้มีความถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์

3) กำกับ ควบคุม ติดตามตรวจสอบการดำเนินการปฏิบัติงานปรับปรุงฐานรากอาคารชลประทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงและ/หรือแก้ไขปัญหาการรั่วซึมของน้ำผ่านฐานรากเขื่อน

4) ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลด้านศิลากลศาสตร์ และธรณีวิศวกรรม อาคารชลประทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อจัดทำรายงานด้านศิลากลศาสตร์ เช่น การใช้วัตถุระเบิด การสำรวจเจาะอุโมงค์ การตัดลาดตลิ่งที่เป็นหิน และทำแผนที่ธรณีวิศวกรรมของอาคารชลประทาน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ให้ถูกต้องตามมาตรฐานวิชาการ ครบถ้วนและตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ไว้ใช้ในการออกแบบและปรับปรุงสำหรับโครงการ

5 ศึกษา สำรวจ ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลผลกระทบจากแผ่นดินไหว เพื่อจัดทำรายงานผลกระทบจากแผ่นดินไหว และรอยเลื่อนให้ถูกต้อง ครบถ้วนตามหลักวิชาการไว้ใช้ประโยชน์ในการออกแบบเพื่อความปลอดภัยของเขื่อน

6) ศึกษา สำรวจ ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านธรณีวิทยา ธณณีวิทยาสัณฐานและอุทกธรณีวิทยา เพื่อจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านธรณีวิทยา ธรณีวิทยาสัณฐานและอุทกธรณีวิทยาสัณฐานและอุทกธรณีวิทยาของโครงการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตามหลักวิชาการ สำหรับใช้งานในการดำเนินการของโครงการก่อสร้าง

7) ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลด้านธรณีวิทยาและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาวางแผนการสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำใต้ดิน ในกรณีไม่มีพื้นที่เหมาะสมต่อการสร้างเขื่อนบนดิน

8) ตรวจสอบ สอบเทียบการใช้งานของเครื่องมือสำรวจด้านวิศวกรรมธรณีกับมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้เครื่องมือมีความพร้อมใช้งาน มีจำนวนเพียงพอ และมีการนำเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

9) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาระบบงานด้านวิศวกรรมธรณีให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความคุ้มค่า

10) ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการในการแก้ไขปัญหา อุปสรรคด้านวิศวกรรมธรณี เพื่อให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะทางวิชาการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาป้องกันและแก้ไขปัญหาทางด้านวิศวกรรมธรณี

11) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้ด้านวิศวกรรมธรณี แก่หน่วยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

12) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่อยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

7.2 ฝ่ายวิศวกรรมธรณีที่ 2

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 5 - 8 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายวิศวกรรมธรณีที่ ๑

7.3 ฝ่ายวิศวกรรมธรณีที่ 3

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 9 - 12 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายวิศวกรรมธรณีที่ ๑

7.4 ฝ่ายวิศวกรรมธรณีที่ 4

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 13 - 17 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายวิศวกรรมธรณีที่ ๑

8. ส่วนปฐพีกลศาสตร์

ส่วนปฐพีกลศาสตร์ แบ่งออกเป็น 4 ฝ่าย ดังนี้

8.1 ฝ่ายวิศวกรรมปฐพีกลศาสตร์ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ศึกษา รวมรวม วิเคราะห์ ตรวจสอบแผนงานและจัดทำงบประทาณด้านการสำรวจปฐพีกลศาสตร์ เพื่อวางแผนและงบประมาณด้านสำรวจปฐพีกลศาสตร์ให้สอดคล้องกับแผน MTEF บูรณาการกับแผนงานอื่น ๆ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน แล้วเสร็จทันตามความต้องการใช้งาน

2) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาระบบงานด้านปฐพีกลศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความคุ้มค่า

3) ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการในการแก้ไขปัญหา อุปสรรคด้านปฐพีกลศาสตร์ เพื่อให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะทางวิชาการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทรุดตัวของอาคาร ลาดตลิ่ง และความเสียหาย และความเสียหายของอาคารชลประทานอันเนื่องมาจากปัจจัยทางปฐพีกลศาสตร์

4) ให้คำปรึกษา แนะนำ ถ่ายทอดความรู้ด้านปฐพีกลศาสตร์ แก่หน่อยงานภายในและภายนอกสำนัก รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

5) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

8.2 ฝ่ายปฐพีกลศาสตร์ที่ 1

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 1 - 8 มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) ปฏิบัติงานเจาะสำรวจ วิเคราะห์ ตรวจสอบ ด้านปฐพีกลศาสตร์ฐานราก อาคารชลประทาน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่วางอยู่ในชั้นดิน เพื่อจัดทำรายงานผลการสำรวจและวิเคราะห์ปฐพีกลศาสตร์ให้ถูกต้องตามมาตรฐานทางวิศวกรรม เพื่อให้ได้ข้อมูลทางวิชาการปฐพีกลศาสตร์ตามมาตรฐานทางวิศวกรรมปฐพีกลศาสตร์

2) ปฏิบัติงานเจาะสำรวจ วิเคราะห์ ตรวจสอบ ด้านปฐพีกลศาสตร์แหล่งวัสดุก่อสร้าง (แหล่งดิน ทราย กรวด ธรรมชาติ) อาคารชลประทาน โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อจัดทำรายงานผลการสำรวจและวิเคราะห์ปฐพีกลศาสตร์แหล่งวัสดุก่อสร้าง (แหล่งดิน ทราย กรวด ธรรมชาติ) ที่มีคุณสมบัติทางวิศวกรรมสำหรับการนำไปใช้ในอาคารชลประทาน ไว้ใช้ในการพิจารณาโครงการออกแบบและก่อสร้าง โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง

3) ให้คำปรึกษา แก้ไข้ปัญหาด้านเทคนิค เกี่ยวกับงานสำรวจปฐพีกลศาสตร์ งานสำรวจชั้นดินฐานราก และแหล่งวัสดุก่อสร้าง (แหล่งดิน ทราย กรวด ธรรมชาติ) กับผู้ปฏิบัติงานภายในหน่วยงานและหน่วยงานอื่นที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกัน

4) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

8.3 ฝ่ายปฐพีกลศาสตร์ที่ 2

รับผิดชอบงานในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทาน 9 – 17 มีหน้าที่ความรับผิดชอบเช่นเดียวกับฝ่ายปฐพีกลศาสตร์ที่ 1

8.4 ฝ่ายเครื่องมือสำรวจปฐพีกลศาสตร์ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

1) จัดหาอุปกรณ์ เครื่องจักร ยานพาหนะสำหรับการเจาะสำรวจ เพื่อใช้สำหรับงานตรวจสอบด้านปฐพีกลศาสตร์ฐานราก และแกล่งวัสดุก่อสร้าง (แหล่งดิน ทราย กรวด ธรรมชาติ) ของอาคารชลประทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง เพื่อให้ข้อมูลทางวิชาการปฐพีกลศาสตร์ ตามมาตรฐานทางวิศวกรรมปฐพีกลศาสตร์ และมีการนำเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

2) บริหารจัดการ และบำรุงรักษาเครื่องจักร ยานพาหนะสำหรับการเจาะสำรวจโดยการจัดทำแผนการใช้งาน รายงานสภาพ รายงานการซ่อมบำรุง จัดหาทดแทนเครื่องจักร ยานพาหนะให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะปฏิบัติงาน

3) ตรวจสอบ สอบเทียบ อุปกรณ์เครื่องมือด้านสำรวจปฐพีกลศาสตร์ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของเครื่องมือแต่ละชนิด เพื่อให้เครื่องมือมีความถูกต้อง เที่ยงตรงและได้มาตรฐานกำหนดและผู้ใช้งานมีความเชื่อมั่นในเครื่องมือ

4) ให้คำปรึกษาด้านอุปกรณ์ เครื่องจักร ยานพาหนะสำหรับการเจาะสำรวจปฐพีกลศาสตร์แก่หน่วยงานภายในส่วนปฐพีกลศาสตร์ และหน่วยงานอื่นที่มีเครื่องจักร เครื่องมือประเภทเดียวกัน

5) ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด